เงื่อนไขการใช้งาน

แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกรมสรรพสามิต

Privacy Policy of Excise Department · Wine FastTrack

(๑) ข้อมูลเบื้องต้น

ใช้กับการดำเนินการใด ของกรมสรรพสามิต ต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่กรมสรรพสามิตรวบรวม จัดเก็บ หรือได้รับมาตามวัตถุประสงค์เท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลที่ผู้ใช้บริการ ใช้บริการของกรมสรรพสามิตด้วย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลของผู้ใช้บริการได้เช่นเดียวกับ ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล ของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ข้อมูลส่วนบุคคลในที่นี้ ไม่ได้รวมถึงข้อมูลที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้เป็นการทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ระบุขอบเขตของนโยบายฯ ดังกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ใช้กับแนวปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานอื่นที่กรมสรรพสามิตมิได้เกี่ยวข้องหรือสามารถควบคุมได้ และไม่ใช้บังคับกับแนวปฏิบัติของบุคคลที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของกรมสรรพสามิต หรือที่กรมสรรพสามิตไม่มีอำนาจควบคุมดูแล

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรมสรรพสามิตจะแจ้งประกาศให้ทราบและขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการทางหน้าเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

กรมสรรพสามิตอาจทำการปรับปรุง หรือแก้ไขนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและความมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนทุกครั้งที่ใช้บริการ

(๒) การเก็บรวบรวม จัดประเภท และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

๒.๑ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของกรมสรรพสามิตผ่านทางการลงทะเบียนหรือ การกรอกแบบฟอร์มนั้น ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกลงไป ได้แก่ ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล โดยข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต่อการประมวลผลและการดำเนินงานตามภารกิจการให้บริการของกรมสรรพสามิต ส่วนข้อมูลอื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกที่จะให้ หรือไม่ให้ก็ได้ ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ กรมสรรพสามิตจะใช้เพื่อปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้นต่อไป

๒.๒ ผู้ใช้บริการอาจได้รับการร้องขอให้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใดๆ ที่ติดต่อกับกรมสรรพสามิต และกรมสรรพสามิตอาจมีการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลนี้ในหน่วยงาน โดยจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ รวมทั้งอาจผนวกข้อมูลส่วนบุคคลนี้เข้ากับข้อมูลอื่นๆ เพื่อดำเนินงานของหน่วยงาน และข้อมูลที่ผนวกเข้าด้วยกันนี้ จะถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่ยังผนวกเข้าด้วยกันอยู่

๒.๓ กรมสรรพสามิตจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพียงเท่าที่จำเป็น เช่น ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล เป็นต้น เพื่อใช้ในการติดต่อการให้บริการประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพสามิตเท่านั้น

๒.๔ กรมสรรพสามิต จะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่ส่งเรื่องร้องเรียน/ติดต่อทางเว็บไซต์ โดยจัดเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไว้ เช่น ชื่อผู้ร้องเรียน อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ จัดเก็บข้อมูลหมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) เป็นต้น ของผู้ใช้บริการทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงต่อไป

กรมสรรพสามิต แนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยง จากเว็บไซต์ของการใช้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างไร ทั้งนี้กรมสรรพสามิตไม่สามารถรับรองข้อความ หรือรับรองการดำเนินการตามที่ได้ประกาศไว้ และไม่รับผิดชอบใดๆ หากเว็บไซต์เหล่านั้นไม่สามารถปฏิบัติการหรือดำเนินการใด ตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ก) การติดต่อระหว่างหน่วยงานของรัฐ กรมสรรพสามิตจะติดต่อกับผู้ใช้บริการด้วยการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงสมาชิกใหม่ เพื่อตรวจสอบชื่อผู้ใช้บริการและรหัสผ่าน ทั้งนี้ผู้ใช้บริการอาจแจ้งความประสงค์ให้ติดต่อด้วยวิธีการอื่นได้ในขณะที่ทำการลงทะเบียน นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของกรมสรรพสามิตได้ผ่านช่องทางอื่นอีกหลายช่องทาง เช่น อินเทอร์เน็ตของกรมสรรพสามิตที่ https://www.excise.go.th หรือผ่านศูนย์ Call Center หมายเลข ๑๗๑๓ เป็นต้น

(ข) การใช้คุกกี้ (Cookies) กรมสรรพสามิตมีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกของผู้ใช้บริการ ในการเข้าใช้บริการของกรมสรรพสามิต โดยคุกกี้เป็นไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่ระบบของเว็บไซต์กรมสรรพสามิตส่งไปยังโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) ของผู้ใช้บริการ เมื่อผู้ใช้บริการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือใช้บริการเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้การติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการกับระบบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพสามิตเป็นไปได้อย่างปกติ คุกกี้ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์จากการให้บริการในลักษณะต่างๆ ของกรมสรรพสามิต และผู้ใช้บริการควรปล่อยให้คุกกี้ทำงานไปตามปกติ ซึ่งคุกกี้ดังกล่าวมิได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตไว้ อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้บริการไม่ต้องการที่จะยอมรับคุกกี้ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกที่จะปฏิเสธคุกกี้ ผู้ใช้บริการก็ยังคงสามารถที่จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตได้ แต่การทำงานบางอย่างบนเว็บไซต์อาจไม่ถูกต้อง หรือไม่ดีเท่าที่ควร

(ค) การเก็บข้อมูลสถิติเกี่ยวกับประชากร (Demographic Information) ในกรณีที่ผู้ใช้บริการสมัครสมาชิก หรือใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง กรมสรรพสามิต อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพิ่มเติม ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ และที่อยู่ในการติดต่อ เพื่อความสะดวกในการแจ้งรายละเอียดต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ภายในการปฏิบัติงาน เช่น วิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล ปรับปรุงระบบการให้บริการและติดต่อกับผู้ใช้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแจ้งประกาศที่สำคัญ แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไขและนโยบายต่างๆ ของกรมสรรพสามิต เป็นต้น

(ง) บันทึกผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Log Files) การให้บริการเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตกำหนดให้มีการเก็บบันทึกการเข้าออกและระหว่างการเข้าใช้บริการของผู้ใช้บริการโดยอัตโนมัติ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับข้อมูลที่ระบุตัวบุคคล เช่น หมายเลขไอพี (IP Address) วันที่ และเวลา ของผู้ใช้บริการซึ่งใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งอาจระบุถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ รวมถึงเว็บไซต์ที่เข้าออกก่อนและหลัง และประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) ทั้งนี้กรมสรรพสามิตต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ เกิน ๙๐ วัน แต่ไม่เกิน ๒ ปี เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้

(จ) สิทธิในการให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการ ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ หน้าเว็บไซต์จะระบุสิทธิที่จะให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนของข้อมูลที่ผู้ใช้บริการจะต้องให้ กับส่วนของข้อมูลที่ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกที่จะให้ หรือไม่ก็ได้ เช่น ข้อมูลช่องทางที่สามารถติดต่อผู้ใช้บริการได้สะดวก เป็นต้น นอกจากนี้มีการจัดช่องทางอื่นในการติดต่อสื่อสารให้กับผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางอื่นเพื่อเป็นทางเลือก เช่น ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรสาร ไปรษณีย์ หรือยื่นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลโดยตรง เป็นต้น

(๓) การแสดงระบุความเชื่อมโยงให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงาน หรือองค์กรอื่น

กรมสรรพสามิตมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง โดยให้ข้อมูลหรือใช้ข้อมูลระหว่างกัน เช่น ข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลการนำเข้าสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต เป็นต้น ตามภารกิจของกรมสรรพสามิต โดยการจัดเก็บรวบรวม และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าวที่เชื่อมโยงกันนั้น กรมสรรพสามิตปฏิบัติ เนื่องจากนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ประกาศไว้ และเนื่องจากนโยบายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอื่นอาจมีความแตกต่างกัน ดังนั้น กรมสรรพสามิต แนะนำให้ผู้ใช้บริการ ศึกษานโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานเหล่านั้นด้วย

กรมสรรพสามิตต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเพื่อให้ความยินยอมล่วงหน้าก่อนทำการเปลี่ยนแปลง การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงาน หรือองค์กรอื่น

(๔) การรวมข้อมูลจากที่มาหลายๆ แห่ง

ในบางกรณีกรมสรรพสามิตอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์รวมเข้ากับข้อมูลที่ได้มา จากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้บริการ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อทำให้ข้อมูลของกรมสรรพสามิตมีความครบถ้วนและถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเพื่อให้กรมสรรพสามิต สามารถให้บริการตามภารกิจและหน้าที่ได้อย่างดียิ่งขึ้น

(๕) การให้บุคคลอื่นใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

กรมสรรพสามิตไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลที่กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ เว้นแต่ กรณีที่มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ตามหมายศาล หรือคำสั่งศาล กรมสรรพสามิตมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตาม

(๖) การจัดเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ

กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ เท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของกรมสรรพสามิตเท่านั้น และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ

(๗) การเข้าถึง การแก้ไขให้ถูกต้อง และการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลต่างๆ กับกรมสรรพสามิตผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต และมีความประสงค์จะแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้องหรือให้เป็นปัจจุบัน สามารถติดต่อกรมสรรพสามิตได้โดยช่องทาง เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตที่ https://www.excise.go.th หรือผ่านศูนย์ Call Center หมายเลข ๑๗๑๓ เป็นต้น

(๘) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล กรมสรรพสามิตปฏิบัติ ดังนี้

๘.๑ เสริมสร้างความสำนึกในการรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว และเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้ การจัดอบรม และจัดสัมมนา โดยเป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมสรรพสามิต

๘.๒ จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการปฏิบัติในหน้าที่ในแต่ละลำดับชั้น และจัดให้มีการบันทึกและทำการสำรองข้อมูล การเข้าถึงหรือการเข้าใช้งานในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ในบางกรณี อาจจะใช้การเข้ารหัส SSL เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการส่งผ่านข้อมูล โดยเป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมสรรพสามิต

๘.๓ จัดให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง ด้านความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศทั้งหมดอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โดยเป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมสรรพสามิต

๘.๔ กำหนดให้มีการใช้มาตรการในการรักษาความลับ และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญ หรือเป็นข้อมูลที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการของกรมสรรพสามิต โดยเป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมสรรพสามิต

๘.๕ ไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคคลซึ่งอายุไม่เกิน ๑๘ ปี หากทราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งอายุไม่เกิน ๑๘ ปี จะดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกโดยเร็วที่สุด ซึ่งเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตเป็นเว็บไซต์สำหรับบุคคลทั่วไป ไม่ได้ออกแบบหรือมีเจตนาเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ โดยเป็นไปตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมสรรพสามิต

(๙) การติดต่อกับกรมสรรพสามิต

ในกรณีผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใดๆ เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่

ตามนโยบายของกรมสรรพสามิต https://newweb.excise.go.th/about-excise/pdpa/service-excise

กรมสรรพสามิต

เลขที่ ๑๔๘๘ ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐

โทรศัพท์ : ๐ ๒๒๔๑ ๕๖๐๐ - ๑๘ ต่อ ๖๔๓๐๕

โทรสาร : ๐ ๒๒๔๑ ๗๒๘๐

อีเมล : inf_tcd@excise.go.th

เว็บไซต์ : https://www.excise.go.th